ไก่ชนใต้ วิธีการเลี้ยงดู และ การดูแลก่อนขึ้นสังเวียน

ไก่ชนใต้ วิธีการเลี้ยงดู และ การดูแลก่อนขึ้นสังเวียน

ไก่ชนใต้ วิธีการเลี้ยงดู และ การดูแลก่อนขึ้นสังเวียน รู้จักกันใหมครับไก่ชนใต้ ในภาคใต้ก็มีการเลี้ยงไก่ชน อยู่หลากหลาย แต่คนที่ชอบเลี้ยงจริงๆ เขารู้กันครับไก่ใต้หรือไก่ชนสายพันธุ์เดือย ที่รู้จักกันในวงการกีฬาไก่ชนเมืองไทย

เดิมทีหากย้อนอดีตไปเมื่อ 7-10 ปีที่แล้ว ไก่ภาคใต้จะเป็นที่รู้จักกันในวงแคบๆ หรือรู้จักกันเฉพาะทางภาคใต้ และจะไม่เป็นที่รู้จักหรือยอมรับในวงการไก่แข้ง หรือไก่ชนของทางภาคอื่นๆ เพราะจะไม่มีสื่ออย่างเช่น “นิตยสารไก่ชนต่าง ๆ ” เป็นตัวเผยแพร่ให้รู้ถึงความจริง และความเป็นมาของไก่ใต้ ได้ชัดเจนได้อย่างทุกวันนี้

พราะทุกวันนี้นิตยสารไก่ชนที่ออกวางแผงทั้งรายปักษ์ และรายเดือน ผู้เขียนกล้าการันตีว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 นิตยสารอย่างแน่แท้ ซ้ำบ่อย ๆ ที่มีนิตยสารออกทำเล่ม “เฉพาะกิจ” ขึ้นมาตามกระแสของไก่สายพันธุ์ต่าง ๆ ในวงการไก่ชนเมืองไทย จุดนี้จึงเป็นสิ่งที่ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า “วงการไก่ชนเมืองไทย” เติบโตกว้างขวางได้อย่างรวดเร็ว

แม้จะมีอุปสรรคใหญ่หลวงอย่าง “ไข้หวัดนก” มาทำให้กีฬาไก่ชนเมื่อไทยต้องสะดุดทุกปี แต่ก็ไม่สามารถต้านทานพลังความนิยมของกีฬาไก่ชนเมืองไทยได้เลยส่วนไก่ชนปักษ์ใต้ทุกวันนี้ก็จัดว่าได้รับความนิยมไม่น้อยเช่นกัน เพราะไก่ใต้เลือดร้อยรังแท้เป็นที่ต้องการของคนทุกภาค ทุกระดับชั้น เพื่ออยากได้จุดเด่นในตัวเหล่าพันธุ์ของไก่ชนปักษ์ใต้ ไปพัฒนาสายพันธุ์ของเหล่าไก่ตนเอง ส่วนจุดเด่นจุดดีของไก่ใต้คือสิ่งใดบ้างหรือ ท่านลงติดตามจุดเด่นหลักๆ สัก 4 ประการ ได้ดังนี้

ใช้เดือยจัด และแม่นยำ
แทงลงบนเป้าใหญ่ได้อย่างมืออาชีพ
ปากจัด จิกตีไม่เลือกที่
เชิงชนครบเครื่อง สมเป็นไก่ไอคิว

วิเคราะห์ลีลาเชิงชนเฉพาะตัวของ ไก่ชนภาคใต้

ปัจจุบันการคัดไก่มาเลี้ยงจะพิถีพิถันกับเชิงชนของ ไก่ชนภาคใต้ มากขึ้น นักเลงไก่หัวอนุรักษ์เชื่อว่าไก่ปักษ์ใต้มีลีลาเชิงชนโดดเด่นตามสายพันธุ์ จึงพัฒนาไปตามเชื่อว่าไก่ใต้แทบทั้งหมดมีเชิงชนมุดมัด จิกหัว หู กัดตีไม่เลือกที่ แต่ทุกวันนี้ผู้เลี้ยงไก่จะคัดเลือกไก่ที่มีแววเก่งมาฝึกออกกำลังและซ้อมเพื่อวิเคราะห์ลีลาชั้นเชิงที่ถ่ายทอดมาตามสายพันธุ์

ขณะเดียวกันก็จะมีความถนัดของไก่แต่ละตัวที่เป็นไปตามสัญชาตญาณการต่อสู้ ไม่สามารถฝึกฝนกันได้ ไก่ใต้มีพื้นฐานที่ดีในเรื่องใจสู้ เฉลียวฉลาดไหวพริบดี มีลีลาหลอกล่อ หลบหลีก เอาตัวรอดในสถานการณ์คับขันได้ดี จึงควรซ้อมไก่เพื่อดูว่าไก่ชนแต่ละตัวนั้นมีเชิงชนแบบไหน และมักจะแพ้ทางเชิงไก่แบบไหน จึงจะฝึกฝนความเก่งไปตามความถนัด เพิ่มจุดแข็งและแก้ไขจุดด้อย ซึ่งจะทำได้มากหรือน้อยก็จะจำกัดตามความสามารถของไก่ชนนั้น

ด้วยหลายคนยังไม่เข้าใจ โดยเฉพาะมือใหม่ คิดว่าไก่ภาคใต้จะเหมือนกันหมด ความจริงแล้ว ไก่ชนภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นไก่สายพันธุ์แท้หรือไขว้ผสมเพื่อให้สรีระร่างกายสูงระหงมากขึ้น ดูเชิงถนัดของไก่ ดูจุดอ่อน สังเกตว่าปล้ำซ้อมกับไก่เชิงไหนแล้วมีความได้เปรียบ สามารถแก้ทางไก่เชิงใดได้ดี

ไก่ชนใต้ วิธีการเลี้ยงดู และ การดูแลก่อนขึ้นสังเวียน
ไก่ชนใต้ วิธีการเลี้ยงดู และ การดูแลก่อนขึ้นสังเวียน

ทำให้เป็นประโยชน์กับการเปรียบไก่เพื่อให้มีโอกาสชนะมากขึ้น ไก่ปักษ์ใต้ต้องฝึกออกกำลังกายเพื่อสร้างพื้นฐานที่ดีในเรื่องร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง จิตใจนักสู้และความอดทนจะเห็นได้ค่อนข้างชัดเจนช่วงไก่อายุ 4-6 เดือน เมื่อเลือกมาฝึกซ้อมแล้วควรมีการพัฒนาให้เก่งตามทางที่ถนัด หลักการอย่างเดียวไม่อาจสรุปได้ว่าไก่มีจะมีเชิงชนอย่างไร ความฉลาดของไก่ใต้เอาตัวรอดเก่งอาจมีหลายเชิงชนก็ได้

ไก่ปักษ์ใต้อาจมีลักษณะเป็นไก่เชิงบนสลับล่างมีอาวุธหลากหลายกว่าย่อมได้เปรียบสามารถกอด มุด มัด สาดแข้ง และเปลี่ยนเป็นเชิงตีบนได้เมื่อเห็นจังหวะเหมาะก็จะได้เปรียบเชิง นอกจากลีลาสาดแข้งตามถนัดแล้ว ไก่จะเดินเร็ว มัดเก่ง เข้าปีกบิดคอซ้ายทีขวาที เอาอกทับไหล่คู่ต่อสู้ หัวกดกลางหลัง ดันกระทุ้งปีกมัดคู่ต่อสู้พร้อมกับตีถี่ๆ บริเวณสีข้าง หลัง และปั้นขา

ซึ่งจะมีผลให้ฝ่ายตรงข้ามอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ไม่ยอมให้คู่ต่อสู้ดิ้นหลุดไปได้ แต่ถ้าเจอเชิงบนจัดไก่ภาคใต้อาจสู้เชิงไม่ได้ ต้องเน้นตีแม่น ตีหนัก ตีเจ็บปวด ไก่พวกนี้ต้องจับตาให้ดี จะเป็นไก่เก่งที่ไม่ท้อถอยและไม่ยอมแพ้ใคร เมื่อต่อสู้กับไก่ชนรูปร่างพอกัน ไม่เสียเปรียบเรื่องความสูงมากนัก ตีแม่นตีหนักพอกัน แน่นอนว่าไก่แต่ละตัวย่อมมีสไตล์ของตัวเอง เพียงแต่ถ้าไก่ตัวไหนฉลาดกว่า แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีกว่าย่อมได้เปรียบคู่ต่อสู้เลี้ยงไก่ชนภาคใต้ อย่างไรให้ถึงบ่อน

ไก่ชนภาคใต้ ถือเป็นไก่สายพันธุ์ที่มีความพิเศษเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง ความสามารถในตัวไก่ ดังนั้นการเลี้ยงไก่ให้ถึงบ่อนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะต้องเริ่มต้นตั้งแต่พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ จนกระทั่งไก่โตเต็มวัยเพื่อทำให้ไก่กลายเป็น ไก่ชนภาคใต้นักสู้ตัวจริง โดยมีหลักการเลี้ยงและฝึกดังต่อไปนี้

เริ่มต้นด้วยการสืบประวัติไก่ ดูตั้งแต่พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ โดยต้องสามารถมั่นใจได้ว่าการจ่ายลูกออกมาแล้วค่อนข้างนิ่ง ทิ้งให้น้อยที่สุดถือว่าใช้ได้
เมื่อลูกไก่อายุได้ 5-6 เดือนหากสภาพร่างกายพร้อม คือ ไม่พิการ มีเชิงดี ก็ให้นำมาขุนเพื่อเริ่มปล้ำ โดยระหว่างนี้บำรุงด้วยอาหารและวิตามินต่างๆ เข้าไปเรื่อย จากนั้นเมื่อไก่เริ่มสุดปีกสุดหาง เสียงขันเริ่มชัดเจนขึ้น ประมาณ 8-9 เดือน ก็นำไปลองปล้ำได้เลยโดยก่อนนำไปปล้ำจะต้องเก็บตัวไก่ให้อยู่ในสุ่มประมาณ 10 วัน จากนั้นเริ่มปล้ำได้ ซึ่งจะให้ปล้ำเพียง 3 อันเป็นเบื้องต้น ซ้อมครั้งละ 20-25 นาทีต่อวัน เพื่อไม่ฝืนไก่จนเกินไป

นำไก่มาฝึกความอดทนด้วยการซ้อมโดยการนวมไก่ ปล้ำประมาณ 2 อัน เพื่อดูท่าที ลักษณะการยืน การชน ดูความมั่นคงของจิตใจไก่และเพิ่มพละกำลังให้ต้านทานการกด การบังคับและเปิดช่องตีให้เป็นก่อน ซึ่งขั้นตอนนี้ค่อนข้างที่จะสามารถทดสอบความเข้มแข็งถ้าจิตใจไม่มั่นคงก็อาจจะท้อใจและเมื่อลงสนามโอกาสแพ้จะสูง ถ้าเป็นไก่เดือยแล้วหัวจิตหัวใจต้องใหญ่กว่าตับน้ำอดน้ำทนต้องดีเยี่ยม

การบำรุงไก่หรือการถอนตีน เจ้าของควรบำรุงก่อนพาไก่ออกชน ซึ่งการบำรุงนี้เมื่อไก่ได้ผ่านการถูกตีมาบ้างแล้วจากการซ้อมก่อนหน้า ไก่จะรู้จักความบอบช้ำไม่ว่าจะเป็นส่วนปี คอ หน้า เจ้าของมีหน้าที่จัดอาหารบำรุง ทายา จากนั้นก็ซ้อมแบบไม่หนักมาก โดยการฝึกโยนเบาะ ฝึกล่อ

เมื่อไก่เริ่มแข็งแรงสามารถตีปีกได้ดีแล้ว ให้เจ้าของลองนำไก่ไปซ้อมคู่อีก 1 อัน โดยไม่ต้องหักโหมมาก จากนั้นก็เตรียมพร้อมเพื่อลงสนามจริงได้เลยแต่ถ้ายังไม่มั่นใจก็สามารถเพิ่มการไล่แข็งได้อีก เพราะสภาพร่างกายของไก่แต่ละตัวต่างกัน ความแข็งแกร่งก็ต่างกันไป

การเปรียบไก่เป็นขั้นตอนที่เจ้าของจะมีโอกาสลุ้น ว่าไก่คู่ต่อสู้ที่ได้นั้นจะทำให้ไก่ของตัวเองมีโอกาสชนะหรือไม่ โดยการเปรียบไก่นี้ ทั้ง 2 ตัวจะต้องมีรูปร่างที่เหมาะสมกัน คือ ขนาดใกล้เคียงกันรวมถึงอายุของไก่ ปลายตอ ปลายคอและต้องรู้จักว่าไก่ตัวเองชอบตียังไงเพื่อจะได้ไม่เกิดการเสียเปรียบนอกจากนี้หากเจ้าของสามารถอ่านเชิงไก่คู่ต่อสู้ได้ ก็จะมีโอกาสลุ้นมากขึ้น ที่สำคัญอย่าฝืนไก่เพราะถ้าเจอตัวที่โตกว่า แข็งกว่าไก่เราต้องใช้พละกำลังเยอะกว่าจะตีเขาได้เผลอๆโดนแผลคู่ต่อสู้อาจหนีได้ง่ายๆ ยาโด๊ปก็เถอะเจอแผลคมๆ ไม่รอดสักราย

ทั้งหมดนี้คือรูปแบบการเลี้ยงไก่ให้ถึงบ่อนที่เจ้าของไก่จะต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ หากเจ้าของละเลยในบางข้อเมื่อไก่ลงสนาม ก็อาจจะพลาดโอกาสชนะได้

 

Written by